ทำอย่างไรดี? เมื่อเป็นหนี้ทั้งที่ไม่ได้ก่อ
(อ่าน 681)
คงไม่ดีแน่หากวันหนึ่งตื่นมา แล้วรู้ว่าตัวเองเป็นหนี้กว่าครึ่งแสน แต่ที่แย่ไปกว่านั้น เป็นหนี้โดยที่เราไม่ได้ทำ ไม่รู้ ไม่เห็นมาก่อน ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรดี?
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภครายหนึ่งว่า ถูกแอบอ้างชื่อและลายมือชื่อโดยไม่ทราบบุคคล ในการทำสินเชื่อกับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยภายหลังได้รับจดหมายทวงหนี้ จนในที่สุดถูกบริษัทฟ้องเพื่อเรียกให้ชำระเงินคืนตามสัญญากู้ยืมเงินทั้งๆ ที่ผู้ร้องเรียนไม่เคยติดต่อหรือเข้าทำสัญญากู้ยืมใดๆ เลย เจ้าหน้าที่ได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียนว่าเคยทำเอกสารสำคัญ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือทะเบียนบ้านหายหรือไม่ คำตอบก็คือไม่เคยทำหาย แต่ทราบว่าผู้ร้องได้เคยยื่นเอกสารสมัครงานกับบริษัทหลายแห่ง จึงสันนิษฐานว่าอาจถูกพวกมิจฉาชีพที่แฝงตัวรับสมัครงานนำเอกสารของผู้ร้องไปใช้หาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อเป็นหนี้ที่เรามิได้ก่อ เราก็ไม่มีหน้าที่ต้องชดใช้ ควรติดต่อกลับไปยังบริษัทให้ทำการตรวจสอบว่าเราเป็นหนี้จริงหรือไม่ และมีหลักฐานอะไร แต่ถ้าบริษัทยังยืนยันว่าเราเป็นหนี้นั้นจริง ก็ให้ไปพิสูจน์กันในชั้นศาล ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์พยาน หลักฐานให้ศาลเชื่อว่า ผู้ร้องเรียนไม่ใช่ผู้กู้ยืมตามสัญญาที่ถูกฟ้อง
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ผู้บริโภคต้องระมัดระวังและรอบคอบในการใช้เอกสารส่วนตัว เช่น การยื่นสำเนาเอกสารส่วนตัว จะต้องมีการขีดคร่อมพร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการใช้สำเนาเอกสารดังกล่าวว่า ต้องการใช้ในการทำนิติกรรมใดลงบนหน้าของเอกสาร เพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพนำไปใช้หาประโยชน์โดยมิชอบ
โพสเมื่อ : 09 ก.ค. 2553
|