ซื้อสินค้าออนไลน์ระวังช้ำใจ เพราะไม่ได้สินค้าตามต้องการ
(อ่าน 402)
ในช่วงระยะเวลา ๒-๓ ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีด้านการสื่อสารได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการทำงาน ด้านการสื่อสาร และด้านความบันเทิง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นสื่อในการซื้อขายสินค้าประเภทต่างๆ ได้อีกด้วย เช่น หนังสือ ซีดีเพลง ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ทั้งนี้ ก็เพราะอินเทอร์เน็ตมีทั้งความสะดวก รวดเร็วช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดเวลา และที่สำคัญราคาสินค้าในอินเทอร์เน็ตถูกกว่าที่จำหน่ายในท้องตลาด
สำหรับการซื้อสินค้าที่บ้านหรือที่เรียกว่า โฮมช็อปปิ้ง (Home Shopping) หรือออนไลน์ช็อปปิ้ง (Online Shopping) เป็นวิธีการซื้อสินค้าที่ทำผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านทางจอภาพ และชำระเงินผ่านธนาคารหรือชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อได้รับความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าและบริการ แต่อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตก็มีผลเสียเหมือนกันนั่นคือ ผู้ซื้อไม่สามารถเห็นรูปร่างที่แท้จริง หรือตรวจสอบสินค้าได้ด้วยตนเองจึงส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาความรับผิดชอบเมื่อสินค้าที่ส่งชำรุดบกพร่อง ผู้ซื้อได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งจองหรือได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้รับสินค้าตามเวลาที่ตกลงกันไว้ การเปลี่ยนคืนสินค้าทำได้ยากขึ้น สินค้ามีราคาถูกแต่ค่าขนส่งค่อนข้างสูง และสิ่งสำคัญอีกข้อที่พึงตระหนัก คือ เรื่องของความปลอดภัยในการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาหลังจากการซื้อสินค้า ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ หากคุณเป็นบุคคลหนึ่งที่ยังต้องการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์อยู่ก็ควรเลือกดูเว็บไซต์บริการที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
หลังจากการสั่งซื้อสินค้าแล้ว ผู้ซื้อควรเก็บเอกสารหลักฐานที่ระบุถึงรายละเอียดของสินค้าหรือบริการ พร้อมทั้งเงื่อนไขการรับประกันตลอดจนการจดที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และชื่อเว็บไซต์ของผู้เสนอขายสินค้าหรือบริการไว้ด้วย เนื่องจากหากเกิดปัญหาขึ้นภายหลัง ผู้ซื้อสามารถนำเอกสารเหล่านี้มาใช้เป็นหลักฐานเพื่อรักษาสิทธิผู้บริโภค โดยผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือโทรศัพท์สายด่วน ๑๑๖๖ ในวันและเวลาราชการ
โพสเมื่อ : 09 ก.ค. 2553
|